
รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี
ปิดทองหลังพระ
น้ำร้อนปลาเป็น น้ำเย็นปลาตาย
ปากปราศรัย น้ำใจเชือดคอ
เสี้ยมเขาควายให้ชนกัน
เหยียบเรือสองแคม
สอนจระเข้ให้ว่ายน้ำ
เห็นช้างขี้ ขี้ตามช้าง
นกน้อยทำรังแต่พอตัว
ขวานผ่าซาก
จับปลาสองมือ
ล้วงคองูเห่า
สีซอให้ควายฟัง
งมเข็มในมหาสมุทร
ดินพอกหางหมู
ลูกไก่อยู่ในกำมือ
จับได้คาหนังคาเขา
สาวไส้ให้กากิน
วัวแก่เคี้ยวหญ้าอ่อน
เล่นกับหมา หมาเลียปาก
  
|
สุภาษิต คือ คำพูดที่ถือเป็นคติ มีความลึกซึ้ง ใช้สั่งสอน ถือเป็นการวางแนวและแสดงค่านิยมของมนุษย์มาแต่โบราณกาล เช่น สุภาษิตสอนหญิง สุภาษิตพระร่วง ก็มีข้อความสั่งสอนที่แสดงค่านิยมของสมัยนั้น ๆ ไว้อย่างชัดเจน ตลอดจนพุทธภาษิตคำสั่งสอนตามแนวทางพระพุทธศาสนา เช่น
"รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี (สุภาษิต)
"บุคคลย่อมล่วงทุกข์ได้เพราะความเพียร" (พุทธศาสนาสุภาษิต)
คำพังเพย เป็นคำเปรียบเทียบเรื่องต่าง ๆ เพื่อใช้ติชม ซึ่งสะท้อนถึงความคิด ความเชื่อถือ และค่านิยม อันเป็นลักษณะของคนไทย เช่น ค่านิยมในการยกย่องผู้มีอาวุโส เคารพครูบาอาจารย์ และนิยมความสุภาพอ่อนโยน เช่น
"พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง"
หมายความว่า พูดไปไม่มีประโยชน์นิ่งเสียดีกว่า
สำนวน คือ ถ้อยคำที่เรียบเรียงขึ้นโดยมีความหมายพิเศษ ไม่ครงกับความหมายที่ใช้ตามปกติ ทั้งนี้อาจจะเป็นคำที่มีความหมายโดยนัย หรือความหมายในเชิงเปรียบเทียบ เป็นลักษณะคำพูดที่รวมใจความยาว ๆ ให้กะทัดรัด บางสำนวนอาจหมายถึงสุภาษิตและคำพังเพยด้วย เช่น
"ป้ามาลีรู้ตื้นลึกหนาบางของคุณนายสุรีย์หมด"
หมายความว่า รู้ความเป็นมาอย่างละเอียด
ข้อมูล หนังสือธรรมมิติใหม่ ของ ทยาปันโน
ภาพประกอบ พุทธิพงษ์ พากเพียร
|

ตัดหางปล่อยวัด
ชีปล่อยปลาแห้ง
ไหกระเทียมต่อขา
หน้าเนื้อใจเสือ
หมาเห่าใบตองแห้ง
คางคกขึ้นวอ
ทำนาบนหลังคน
ปั้นน้ำเป็นตัว
น้ำกลิ้งบนใบบอน
มะกอกสามตะกร้าปาไม่ถูก
ชักแม่น้ำทั้งห้า
อย่าเล่นกับไฟ
ทุบหม้อข้าวตัวเอง
เด็ดดอกฟ้า
น้ำมาปลากินมด น้ำลดมดกินปลา
กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้
วัดรอยเท้า
สร้างวิมานในอากาศ
วัวสันหลังหวะ
อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย ปั้นวัวปั้นควายให้ ลูกท่านเล่น
  
|