ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ สมพงศ์  ชูสุวรรณ!

     มิ่งมงคลของชีวิต
มิ่งมงคลของชีวิต

     เมนูหลัก
· หน้าแรก
· กระดานข่าว
· ข่าวสารส่วนตัว
· ดาวน์โหลด
· ติดต่อเรา
· ทีวีออนไลน์
· ยอดฮิตติดอันดับ
· วารสาร
· สถิติเข้าชม
· สมุดเยี่ยมชม
· สารบัญเว็บ
· เข้าสู่ระบบ
· เนื้อหาสาระ
· เผยแพร่ข่าวสาร
· เรื่องทั้งหมด
· เรื่องทั้งหมดสำหรับพิมพ์
· แนะนำและบอกต่อ

     ประวัติผมเองครับ
นายสมพงศ์  ชูสุวงรรณ 

     ผลงาน อ.ชบาบุญ
ภาพประกอบ

ปุ่ม  บทคัดย่อ (ผลงาน คศ.๓)
  
 

     พ่อเล่านิทานให้ลูกฟัง

     บุปผาราชินี
กุหลาบควีนสิริกิติ์

ปุ่ม บทนำบุปผาราชินี
ปุ่ม กุหลาบควีนสิริกิติ์
ปุ่ม คัทลียาควีนสิริกิติ์
ปุ่ม ดอนญ่าควีนสิริกิติ์
ปุ่ม ดุสิตา
ปุ่ม มณีเทวา
ปุ่ม สร้อยสุวรรณา
ปุ่ม ทิพเกสร
ปุ่ม สรัสจันทร
ปุ่ม นิมมานนรดี
ปุ่ม โมกราชินี
ปุ่ม ชบาสีฟ้า
ปุ่ม กุหลาบมอญ

     เรื่องสั้นของสมพงศ์

     ร้อยแปดพันเก้า

ภาพประกอบ

ปุ่ม  สุภาษิต คำพังเพย
ปุ่ม  กิระ ดังได้สดับมา
ปุ่ม  ปกิณณกะธรรม
ปุ่ม  ก.ข.ศีลธรรม
ปุ่ม  มงคลชีวิต

     ผลงานกลอนของผม

สมพงศ์  ชูสุวรรณ 

กลอนธรรมะ

ปุ่ม  อิทธิบาท
ปุ่ม  สังคหวัตถุ
ปุ่ม  ฆราวาสธรรม
ปุ่ม  ทิฏฐธัมมิกัตถะประโยชน์
ปุ่ม  จักรธรรม
ปุ่ม  ทิศ ๖
ปุ่ม  อบายมุข ๖
ปุ่ม  อคติ
ปุ่ม  อบายมุข ๔
ปุ่ม  อริยสัจ ๔


กลอนประโลมโลก

ปุ่ม  ธรรมชาติยามเช้า
ปุ่ม  เหงา เศร้า คิดถึง
ปุ่ม  ตัวไกล  ใจใกล้
ปุ่ม  ความเหมือนกัน
ปุ่ม  เหตุเกิดเพราะเฟซบุคส์

กลอนสอนใจ

ปุ่ม  ดอกไม้กับผู้หญิง

กลอนนิทานธรรม

พระนางสามาวดีคำกลอน
ปุ่ม
 บทเกริ่นนำ
ปุ่ม กษัตริย์ ๒ สหาย
ปุ่ม พระเจ้าอุเทนกับนกหัสดีลิงค์
ปุ่ม อัลลกัปปะดาบสเสียพิธี
ปุ่ม กุมารอุเทนยกทัพช้าง
ปุ่ม สองผัวเมียไปหาอาชีพ
ปุ่ม กำเนิดโฆสกะเศรษฐี

ประเพณีวัฒนธรรม


     สานฝัน

     Facebook สมพงศ์



     เลือกภาษา
เลือกรูปแบบภาษา:


     สมุดเยี่ยมชม

     ค้นหาด้วย Google
Google
ค้นปุ๊บเจอปั๊บ
ค้นหาโดย Google
ค้นหา:

เว็บ
www.choosuwan.com

ค้นหาแบบปลอดภัย:



การค้นหางแบบละเอียด

หมาป่าเจ้าปัญญา





ทางเลือกสำหรับผู้ที่เห็นคุณค่าของคุณธรรมและจริยธรรม

พ่อเล่านิทานให้ลูกฟัง

นำนิทานชาดกมาเล่า  โดย.... สมพงศ์  ชูสุวรรณ

 ตกแต่ง





หมาป่าเจ้าปัญญา


หมาป่าเจ้าปัญญา
       "คุณพ่อขา ถึงเวลาที่คุณพ่อต้องบริการมนแล้วละค่ะ" มนบอกพ่อหลังจากรายการข่าวภาคค่ำทางโทรทัศน์ได้จบลง

        มนเป็นชื่อเล่นของ เด็กหญิงมนัสยา ชูสุวรรณ พ่อบอกว่าชื่อ "มน" นั้นพ่อได้นำเอาพยัญชนะตัวแรกและตัวที่สองของชื่อจริงมาเป็นชื่อเล่น เพราะต้องการให้ชื่อเล่นและชื่อจริงมีความหมายเหมือนกัน ก็พ่ออีกนั่นแหละที่ตั้งชื่อให้มนว่า "มนัสยา"

        ครอบครัวของมนเป็นครอบครัวเล็ก ๆ มี พ่อ แม่ และตัวของมน ดังนั้นความรักของพ่อกับแม่จึงเป็นของมนเพียงผู้เดียวไม่ต้องแบ่งปันให้กับใคร พ่อกับแม่ของมนเป็นครูสอนโรงเรียนระดับประถมศึกษาแห่งหนึ่งใกล้ ๆ บ้านพัก ก่อนนอนพ่อจะเล่านิทานหรืออ่านหนังสือให้มนฟังเป็นประจำ ถ้าคืนไหนไม่ได้ฟังนิทาน หรือไม่ได้ฟังพ่ออ่านหนังสือ มนจะนอนไม่ค่อยหลับเอาเสียเลย

        "มีแต่ลูกต้องบริการพ่อ ให้พ่อเป็นผู้บริการลูกแม่ว่ามันออกจะพิกลอยู่นะ" แม่กล่าวขัดขึ้น
        "แต่สำหรับเรื่องนี้ เป็นหน้าที่ของคุณพ่อที่ต้องบริการลูกค่ะคุณแม่" มนหันไปบอกแม่
        "เรื่องอะไรละลูก ที่ลูกบอกว่าเป็นหน้าที่ของพ่อ" พ่อเอ่ยถาม
        "เล่านิทานให้มนฟังก่อนนอนอย่างไรละคะคุณพ่อ หรือว่าคุณพ่อจะปฏิเสธค่ะ"
        "ลูกทำการบ้านเสร็จแล้วหรือ" พ่อถามอีก
        "เสร็จเรียบร้อยแล้วคะ" มนตอบ
        "ตกลง" พ่อบอกพร้อมกับเริ่มเล่านิทานจากชาดกให้มนฟัง

        ยังมีหมาป่าฝูงหนึ่ง ได้อาศัยอยู่ในป่าช้าใกล้ ๆ กับกำแพงเมืองกรุงพาราณสี มีหมาป่าหนุ่มท่วงทีสง่างามเป็นหัวหน้าคอยปกครองดูแล หมาป่าฝูงนี้เชื่อฟังหัวหน้าและมีระเบียบวินัยเป็นอย่างยิ่ง

        วันหนึ่ง พระเจ้าพรหมทัตกษัตริย์ผู้ครองกรุงพาราณสี ได้เสด็จประพาสอุทยานโดยขบวนรถ มีอำมาตย์และข้าราชบริพารตามเสด็จมากมาย พระองค์ทรงสำราญพระทัยในอุทยานจนใกล้ค่ำจึงเสด็จกลับ จะเป็นเพราะความหลงลืมหรือการไม่เอาใจใส่รับผิดชอบต่อหน้าที่ก็ไม่ทราบได้ เจ้าหน้าที่ไม่ได้นำรถพระที่นั่งไปเก็บให้เรียบร้อย ปล่อยทิ้งไว้นอกโรงรถ ครั้นถึงเวลากลางคืนมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้หนังหุ้มสายรัดและ สายทามเปียกชุ่มส่งกลิ่นฟุ้งกระจาย บรรดาหมาที่อาศัยอยู่ในพระราชวังทนกลิ่นอันเย้ายวนนั้นไม่ไหวก็พากันออกมากัดกินหนังหุ้มรถและสายรัด สายทามจนหมดสิ้นแล้วกลับไปนอนอย่างมีความสุข

        เช้าวันรุ่งขึ้น เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมดูแลรถพระที่นั่งมาเห็นเข้าก็ตกใจ เกิดเกรงกลัวพระราชอาญา จึงรีบเข้าเฝ้ากราบทูลให้พระเจ้าพรหมทัตทรงทราบ
        "ขอเดชะ ข้าพระองค์มีเรื่องจะกราบทูลให้ทรงทราบ พระเจ้าค่ะ" เจ้าหน้าที่รีบกราบทูลด้วยเสียงสั่นเพราะความกลัว
        "มีเรื่องอะไรหรือ" พระเจ้าพรหมทัตตรัสถาม
        "หมากัดกินหนังหุ้มรถ และหนังสายรัดสายทามของรถพระที่นั่งจนหมดสิ้น พระเจ้าค่ะ"
        เมื่อพระเจ้าพรหมทัตได้ทรงสดับดังนั้นก็ทรงพระพิโรธ เป็นยิ่งนัก มิได้ทรงไตร่ตรองพิจารณาทบทวนดูให้รอบคอบ มีรับสั่งให้จับหมาฆ่า ให้หมดทันที

        บรรดาชาวเมือง เมื่อได้รับทราบพระบัญชาของพระเจ้าพรหมทัต ต่างก็พากันฆ่าหมาทุกตัวที่ได้พบเห็น แม้แต่หมาป่าที่อาศัยอยู่ใน ป่าช้าก็ไม่ได้ละเว้นฝูงหมาป่าได้รับความเดือดร้อนมาก ต้องคอยหลบ ๆ ซ่อน ๆ ไม่ให้ชาวเมืองพบเห็น

        หัวหน้าหมาป่าจึงคิดว่าเราจะนิ่งเฉยอยู่อย่างนี้ไม่ได้แล้ว ต้องรีบหาอุบายแก้ไขความเดือดร้อนให้หมดสิ้นไปให้ได้ จึงตั้งสติให้มั่นคง แน่วแน่ แล้วพิจารณาหามูลเหตุ ก็รู้ได้ทันทีว่าหมาที่กัดกินหนังหุ้มรถพระที่นั่งจะต้องเป็นหมาที่อาศัยอยู่ภายในพระราชวังอย่างแน่นอน เพราะหมาอื่น ๆ ที่อยู่นอกพระราชวังไม่สามารถเข้าไปยังภายในพระราชวังได้ เราจะต้องเข้าเฝ้าพระเจ้าพรหมทัตเพื่อกราบทูลชี้แจงข้อเท็จจริงให้ทรงทราบ เมื่อมั่นใจเช่นนั้นแล้วจึงตั้งสัตยาธิษฐานขออย่าให้ผู้ใดมาทำอันตรายแก่ตนเองเลย แล้วรีบเดินทางเข้าไปสู่พระราชวัง เมื่อถึงประตูกำแพงเมือง เห็นทหารเฝ้าประตูเดินไปเดินมา ปฏิบัติหน้าที่อย่างดียิ่ง รอจนทหารเหล่านั้นเผลอก็รีบวิ่งไปยังท้องพระโรง ผ่านหมู่อำมาตย์เข้าไปนอนอยู่ใต้ บัลลังก์ของพระเจ้าพรหมทัตโดยไม่มีผู้ใดทำร้ายเลย

        ครั้นได้เวลา พระเจ้าพรหมทัตก็ทรงออกว่าราชการกับบรรดาอำมาตย์ข้าราชบริพารตามปกติเหมือนเช่นเคย หัวหน้าหมาป่าก็ออกจากใต้บัลลังก์มาเฝ้า พระเจ้าพรหมทัตทอดพระเนตรเห็นหมาป่ามาหมอบอยู่หน้าบัลลังก์ ก็ทรงมีรับสั่งถามหมู่อำมาตย์ที่เฝ้าหมอบอยู่หน้าพระพักตร์
"ทำไมจึงปล่อยให้หมาป่าตัวนี้เข้ามาถึงท้องพระโรงของเรา"

พวกอำมาตย์ไม่สามารถจะกราบทูลได้ จึงพากันก้มหน้านิ่ง
        หัวหน้าหมาป่าจึงกราบทูลขึ้นว่า "ข้าพเจ้าเป็นหัวหน้าฝูงหมาป่าที่อาศัยอยู่ในป่าช้า ได้ทราบข่าวว่าพระองค์ทรงรับสั่งให้ฆ่าหมาทุกตัวในกรุงพาราณสีใช่ไหม พระเจ้าค่ะ"
        "ใช่ ข้าสั่งเช่นนั้น" พระเจ้าพรหมทัตตรัสตอบ
        "ทำไมพระองค์จึงทรงรับสั่งให้กระทำเช่นนั้น พระเจ้าค่ะ"
        "เพราะพวกหมากัดกินหนังหุ้มรถ และสายรัดสายทามของรถพระที่นั่งจนหมดสิ้น ข้าจึงต้องสั่งทำโทษให้สาสมกับความชั่วร้ายของพวกมัน"
        "ไม่มียกเว้นเลยหรือ พระเจ้าค่ะ"
        "มีเหมือนกัน หมาในวังของข้าไงล่ะ"

        "พระองค์แน่พระทัยหรือว่า หมาในพระราชวังจะไม่กัดกินหนังหุ้มรถ พระเจ้าค่ะ"
"ข้ามั่นใจ เพราะหมาในวังของข้าได้รับการฝึกมาเป็นอย่างดี"
        "พระองค์ไม่มีความยุติธรรมเลยพระเจ้าค่ะ ขอให้พระองค์จงทรงใช้วิจารณาญาณดูให้รอบคอบ แล้วจะเห็นว่าหมาข้างนอกจะไม่สามารถ เข้ามาภายในพระราชวังได้เลยเพราะมีทหารเฝ้าประตูตลอดวันตลอดคืน ดังนั้นพวกหมาที่กัดกินหนังหุ้มรถจะต้องเป็น หมาภายในพระราชวังอย่างแน่นอน พระเจ้าค่ะ"
        "เจ้าสามารถพิสูจน์ได้ไหมล่ะ" พระเจ้าพรมทัตทรงย้อนถาม
        "ได้ พระเจ้าค่ะ ขอเพียงพระองค์ได้รับสั่งให้เอาหญ้าขยำในน้ำมันเปรียง แล้วนำไปกรอกปากหมาที่อยู่ในพระราชวังทุกตัว ก็จะสามารถรู้ได้ พระเจ้าค่ะ" หัวหน้าหมาป่ารีบกราบทูล
        "เพียงเท่านี้มันจะรู้ได้อย่างไร ข้านึกไม่ออกเลย" พระเจ้าพรหมทัตตรัสถามอีก
        "ได้ พระเจ้าค่ะ เมื่อนำเอาน้ำมันเปรียงที่ขยำด้วยหญ้าไปกรอกปาก พวกหมาเหล่านั้นจะอาเจียนออกมา ทำให้ทราบได้พระเจ้าค่ะ"
        "เอ้า ท่านอำมาตย์รีบจัดการตามที่หมาป่าเสนอมา แต่ถ้าไม่สามารถพิสูจน์ได้จริง จงรีบนำหมาป่าตัวนี้ไปตัดหัวทันที" พระเจ้าพรหมทัตทรงมีรับสั่งกับอำมาตย์

        ฝ่ายอำมาตย์ก็รีบสั่งการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องจัดการกับพวกหมาในพระราชวังตามรับสั่งของพระเจ้าพรหมทัต ครั้นเวลาผ่านไปไม่นานนัก บรรดาหมาในพระราชวังก็พากันอาเจียนออกมาเป็นหนังกันทุกตัวพระเจ้าพรหมทัต ทรงพอพระทัยในสติปัญญาของหมาป่า เป็นยิ่งนัก จึงได้ตรัสชมเชยต่อหน้าหมู่อำมาตย์และข้าราชบริพาร พร้อมกับทรงพระราชทานอภัยแก่หมาทุกตัว
        "เจ้าเป็นหมาที่ฉลาด มากด้วยสติปัญญา สมควรที่จะได้รับรางวัลจากข้า ข้าขอยกราชสมบัติให้เจ้าครอบครองครึ่งหนึ่งตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป"
        "ข้าพเจ้าเป็นเพียงหมาป่าไม่คู่ควรกับราชสมบัติ ขอพระองค์จงรับคืนไปเถิดพระเจ้าค่ะ"
        หัวหน้าหมาป่าได้คืนราชสมบัติให้พระเจ้าพรหมทัตและกราบทูลต่อไปว่า "ข้าพเจ้าขอให้พระองค์จงปกครองชาวเมืองด้วยทศพิธราชธรรม และทรงมีเมตตากรุณาต่อสัตว์ทั้งหลาย ขออย่าได้มีรับสั่งให้ฆ่าอย่างที่แล้วมา ขอให้พระองค์จงทรงมีความสุขในราชสมบัติตลอดไป ส่วนข้าพเจ้าขอกลับไปอยู่กับฝูงหมาป่าที่ป่าช้าตามเดิม พระเจ้าค่ะ" หัวหน้าหมาป่ากล่าวจบแล้วก็ทูลลาพระเจ้าพรหมทัต กลับไปปกครองดูแล บริวารให้อยู่อย่างมีความสุขตลอดไป

        "เป็นอย่างไรบ้างละลูก สนุกไหมล่ะ ฟังแล้วจะสรุปข้อคิดเห็นว่าอย่างไรดี" พ่อเอ่ยถามมนหลังจากเล่านิทานเรื่องหมาป่าเจ้าปัญญาจบลงแล้ว
        "พระเจ้าพรหมทัตเป็นผู้ที่ลำเอียง ไม่มีความยุติธรรม ไม่ดีเลยคะคุณพ่อ มนไม่ชอบพระเจ้าพรหมทัตที่ลำเอียง แต่ชอบหมาป่าเจ้าปัญญาคะ" มนตอบ
        "ไม่ถึงกับลำเอียงหรอกลูก เพียงแต่ว่าพระเจ้าพรหมทัตไม่ได้พิจารณาเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยสติ ปัญญา ให้รอบคอบเสียก่อน ประกอบกับพระองค์ ลุแก่อำนาจของโทสะ จึงได้สั่งการให้ฆ่าหมาทุกตัว" พ่อสรุปให้มนฟังก่อนที่จะบอกให้รีบเข้านอนเพราะดึกแล้ว


ตกแต่ง


จัดสร้างและพัฒนา โดย สมพงศ์ ชูสุวรรณ
๑๓๘/๑๘ ซอยวุฒากาศ ๔๒ แยก ๒-๑ ถนนวุฒากาศ แขวงบางค้อ เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร ๑๐๑๕๐









สงวนลิขสิทธิ์โดย © สมพงศ์ ชูสุวรรณ All Right Reserved.

ติดประกาศ: 2010-09-29 (1524 ครั้ง)

[ ย้อนกลับ ]






จัดทำโดย 
สมพงศ์  ชูสุวรรณ
๑๓๘/๑๘  ซอยวุฒากาศ ๔๒ แยก ๒-๑  ถนนวุฒากาศ แขวงบางค้อ เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร  ๑๐๑๕๐

All logos and trademarks in this site are property of their respective owner. The comments are property of their posters, all the rest © 2005 by me.
You can syndicate our news using the file backend.php or ultramode.txt
PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 1.26 วินาที