<?xml version="1.0" encoding="ISO-8859-1"?>

<!DOCTYPE rss PUBLIC "-//Netscape Communications//DTD RSS 0.91//EN"
 "http://my.netscape.com/publish/formats/rss-0.91.dtd">

<rss version="0.91">

<channel>
<title>choosuwan</title>
<link>http://www.choosuwan.com</link>
<description>PHP-Nuke Powered Site</description>
<language>en-us</language>

<item>
<title>วันเข้าพรรษา</title>
<link>http://www.choosuwan.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=6</link>
<description>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; วันเข้าพรรษา&nbsp; คือ วันที่พระภิกษุอยู่จำวัดในที่คุ้มแดดคุ้มฝน&nbsp; โดยไม่ไปค้างแรมที่อื่นตลอดเวลา&nbsp; ๓ เดือน<br /><div align="center"><div><div align="justify"><div align="justify">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; วันเข้าพรรษา&nbsp; ถือกำเนิดมาเนื่องจากว่าพระสาวกในพระพุทธศาสนาได้ออกเผยแพร่พระพุทธศาสนาโดยไม่มีวันหยุด&nbsp; พอถึงช่วงฤดูฝนเป็นช่วงที่ชาวบ้านทำไร่ทำนากัน&nbsp; พระสาวกที่ออกไปเผยแพร่ศาสนาจึงเดินเหยีบย่ำข้าวกล้าที่ชาวนาปลูก&nbsp; ทำให้พืชผลเหล่านั้นเสียหาย&nbsp; ชาวบ้านจึงกล่าวตำหนิว่า &quot;พระภิกษุในพระพุทธศาสนาช่างไม่รู้จักกาลเวลาเสียเลย&nbsp; พากันจาริกไปเรื่อย ๆ ไม่หนฃยุดยั้งแม้ในระหว่างฤดูฝน&nbsp; บางครั้งก็ไปเหยีบข้าวกล้าของชาวนาเสียหาย&nbsp; ขณะที่พวกนิครนถ์ นักบวชในศาสนาอื่น และฝูงนกยังหยุดพักผ่อน&nbsp; ไม่ท่องเที่ยวไปในฤดูฝนเช่นนี้&quot;&nbsp; เมื่อพระพุทธเจ้าทรงทราบเช่นนั้น&nbsp; พระองค์ไม่ทรงต้องการให้พระภิกษุทำความเดือดร้อนแก่ชาวบ้าน&nbsp; จึงทรงบัญญัติเรื่องการเข้าพรรษาในพระวินัยว่า &quot;อนุชานามิ ภิกขะเว วัสสัง อุปคันตุง&quot;&nbsp; แปลว่า&nbsp; &quot;ภิกษุทั้งหลาย&nbsp; เราอนุญาตให้พวกเธออยู่จำพรรษา&quot;</div></div></div></div></description>
</item>

<item>
<title>วันอาสาฬหบูชา</title>
<link>http://www.choosuwan.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=5</link>
<description>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; วันอาสาฬหบูชา&nbsp; หมายถึง&nbsp; การบูชาในวันเพ็ญ&nbsp; เดือนอาสาฬหะ หรือเดือน ๘&nbsp; และเป็นวันที่มีพระรัตนตรัยครบ&nbsp; ๓ ประการ&nbsp; คือ พระพุทธ&nbsp; พระธรรม&nbsp; พระสงฆ์<br /><br /><div align="justify">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; หลังจากที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ&nbsp; เดือน ๖&nbsp; แล้วพระองค์ทรงใคร่ครวญถึงผู้ที่พระองค์จะทรงแสดงธรรมโปรด&nbsp; บุคคลกลุ่มแรก คือ อาฬารดาบสและอุทกดาบส (อาจารย์ของพระพุทธเจ้า)&nbsp; แต่ทั้งสองท่านเสียชีวิตแล้ว&nbsp; พระพุทธเจ้าจึงระลึกถึงปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ คือ โกณฑัญญะ&nbsp; วัปปะ&nbsp; ภัททิยะ&nbsp; มหานามะ&nbsp; และอัสสชิ&nbsp; แล้วจึงเสด็จออกจากต้นมหาโพธิ์&nbsp; ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม&nbsp; เพื่อเดินทางไปยังป่าอิสิปตนมฤคทายวัน&nbsp; เมืองพาราณสี&nbsp;ถึงวันขึ้น ๑๔ ค่ำ&nbsp; เดือน ๘ </div><br /></description>
</item>

<item>
<title>วันวิสาขบูชา</title>
<link>http://www.choosuwan.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=4</link>
<description><div align="justify">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; จำเดิมแต่พระเวสสันดร ได้ทรงบำเพ็ญพระบารมีมหาทาน และได้สวรรคตแล้วไปบังเกิดเป็น &ldquo;สันดุสิตเทพบุตร&rdquo; ในสวรรค์ชั้นดุสิต ทรงเสวยสุขในสรวงสวรรค์จนกระทั่งถึงเวลาจะต้องจุติ บรรดาเทวดาทั้งหลายจึงได้อัญเชิญให้จุติในมนุษยโลกเพื่อเป็นพระพุทธเจ้า ด้วยเหตุดังกล่าว ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ก่อนพุทธศก พระนางสิริมหามายาพระมเหสีของพระเจ้าสุทโธทนะ แห่งกรุงกบิลพัสดุ์ ได้ประสูติพระราชโอรส ณ สวนลุมพีนีวัน ซึ่งอยู่ระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์และกรุงเทวทหะ ซึ่งต่อมาพระราชบิดาได้ทรงขนานพระนามของพระราชโอรสว่า &ldquo;เจ้าชายสิทธัตถะ&rdquo; ตามคำกราบบังคมทูลของคณะพราหมณ์ </div><br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; สมพงศ์&nbsp; ชูสุวรรณ<br /></description>
</item>

<item>
<title>ธรรมสุขใจ : ตอน จุดบอดของชีวิต</title>
<link>http://www.choosuwan.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=3</link>
<description>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <div><div align="justify">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; บางครั้งเราอาจเกิดความสงสัยขึ้นมาว่า&nbsp; คนนี้เขาก็ดีทุกอย่าง&nbsp; ความรู้ความสามารถก็ดี&nbsp; ความประพฤติทั่วไปก็ดี&nbsp; ทั้งหน้าที่การงานก็สูง&nbsp; ทั้งขยันขันแข็งเอางานเอาการ&nbsp; อัธยาศัยไมตรีก็ดี&nbsp; เป็นที่รักนับถือของคนทั่วไป&nbsp; แต่ทำไมจึงไม่ค่อยเจริญก้าวหน้าเท่าที่ควร&nbsp; ทำไมจึงมีแต่เรื่องราว&nbsp; มีแต่ตกอับ&nbsp; หรือไม่อย่างนั้นก็ไม่มีใครเห็นความดีของเขา&nbsp; พูดอีกทีก็คือคิดว่าเขาดีทุกอย่าง&nbsp; ไม่มีข้อบกพร่องในสายตาเลย&nbsp; ทำไมเขาจึงเป็นอย่างนี้&nbsp; ทำไมความดีจึงไม่ช่วยเขาบ้าง</div></div>&nbsp; <div><div align="justify">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เราอาจสงสัยอย่างนี้ในตัวคนอื่น&nbsp; บางทีก็ในตัวเราเอง&nbsp; เมื่อคิดหาคำตอบในทางที่ไม่ดีของเขาหรือของตัวไม่พบ&nbsp; ก็เลยเหมาเอาว่า &quot;ทำดีไม่ได้ดี&quot; ไปโน่นเลย</div><br />ข้อมูล : พุทธธรรม&nbsp; ๕ นาที <br />โดย&nbsp; พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี ป.ธ.๙) เจ้าอาวาสวัดราชโอรสาราม</div></description>
</item>

<item>
<title>ธรรมสุขใจ  ตอน สุขทางใจ</title>
<link>http://www.choosuwan.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=2</link>
<description><div align="justify">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; สุขทางใจนั้น&nbsp; นอกจากจะแสวงหาเอาจากพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้วหาที่อื่นไม่ได้เลย&nbsp; เช่น&nbsp; ให้ตั้งมั่นอยู่ในธรรม&nbsp; เชื่อคำสอนของพระพุทธเจ้าว่า ทำดีย่อมได้ดี&nbsp; มีความสุข&nbsp; เมื่อทำความดีลงไปแล้ว&nbsp; ถึงคนอื่นจะไม่ชมหรือให้ของตอบแทน&nbsp; แต่ตัวเองก็เห็นและชมความดีของตน&nbsp; มีความสุขอยู่คนเดียว&nbsp; ทำชั่วได้รับผลชั่วเป็นทุกข์&nbsp; เมื่อทำชั่วลงไปแล้ว ถึงคนอื่นจะไม่เห็นและลงโทษก็ตาม&nbsp; ตนเองย่อมรู้ความชั่วนั้น และเดือดร้อนด้วยตนเองอยู่เสมอ<br /><br /></div><br /><div>พระราชนิโรธรังสี คัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ (หลวงปู่เทสก์&nbsp; เทสรังสี)<br />วัดหินหมากเป้ง&nbsp; จ.หนองคาย</div><br /></description>
</item>

<item>
<title>บทความ "เรื่องเล่านิทานให้ลูกฟัง"</title>
<link>http://www.choosuwan.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=1</link>
<description><div align="justify">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เรามักจะได้ยินคำพูดที่ว่า &quot;เดี๋ยวนี้เยาวชนไทยไม่ค่อยสนใจคุณธรรมและจริยธรรมกันเลย&quot; จนทำให้เกิดความรู้สึกวิตกว่า สักระยะหนึ่งสังคมของเราจะปราศจากคุณธรรมและจริยธรรมที่ดีงาม&nbsp;&nbsp;&nbsp; อันจะเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิตให้มีความสุข&nbsp;&nbsp;&nbsp; ทั้งนี้อาจจะสืบเนื่องมาจากการปล่อยปละละเลย &nbsp;ขาดการสืบทอด&nbsp;&nbsp; และการมองว่าคุณธรรมและจริยธรรมเป็นเรื่องคร่ำครึล้าหลังของคนรุ่นใหม่ สาเหตุน่าเป็นเพราะว่าพ่อแม่หรือผู้ปกครองต้องดิ้นรนทำมาหากิน ไม่มีเวลาแนะนำ อบรมสั่งสอน ชี้แนะแนวทางที่ถูกต้อง จึงทำให้เยาวชนในความปกครองดูแลรู้สึกว้าเหว่ ขาดความอบอุ่น จึงหันเหชีวิตไปสู่แนวทางที่คิดว่าน่าจะเป็นที่พึ่งของตนเองได้ </div><br /><div align="right">อ่านหน้าต่อไปโปรดคลิก ที่ข้อความว่า ( มีต่อ) ด้านล่าง </div><br /></description>
</item>

</channel>
</rss>